สวนสาธารณะ เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park)

      เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ถือว่าเป็นปอดขนาดใหญ่ของชาวนิวยอร์กเก้อเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็น แลนด์มาร์ค นิวยอร์ก ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วยนะ มาดูกันว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง
ที่ เซ็นทรัลพาร์ค ในแต่ละฤดูก็จะมีกิจกรรมต่างๆหมุนเวียนมาให้ชาวเมืองได้ใช้ชีวิตสนุกสนานกัน ไม่ว่าจะเป็นการถีบเรือเป็ด ละครกลางแจ้ง ในหน้าร้อนจะมีกิจกรรมถี่ๆกว่าทุกฤดูเลย ส่วนฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูที่เราชอบมาก อากาศเย็นๆประมาณ 10-18 ต้นไม้ก็ต่างพากันเปลี่ยนสีสันกันทั่วเมือง แล้วยิ่งใน เซ็นทรัลพาร์ค คงไม่ต้องพูดอะไรมาก สีส้มเหลืองแดงงามสะพรั่งกันทั้งสวนเลย

   เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก
     ในส่วนของ Central park มีขนาดพื้นที่ 843 เอเคอร์ หรือประมาณ 3.41 ตร.กม. ตั้งอยู่ระหว่างย่าน Upper West Side และ Upper East Side ใหญ่เว่อวังมากๆเลย เดินไม่ดีอาจหลงทางได้ ในปี ค.ศ. 2013 มีคนมาเยี่ยมชมที่นี่สูงถึง 40 ล้านคน และเป็นสวนสาธารณะที่ถูกนำไปใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์มากที่สุดด้วย นอกจากเรื่องของขนาดแล้ว ในปี ค.ศ. 1858 สวนสาธารณะแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบมาอย่างดีจากสถาปนิกผังเมือง Frederick Law Olmsted และนักออกแบบผังเมือง Calvert Vaux มาช่วยกันเนรมิตให้เป็นสวนสาธารณะในฝันให้กับชาวเมืองกันเลยทีเดียว
ในข่วงที่เราไปเที่ยวกันเป็นฤดูหนาว หนาวมากๆ อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส แต่พอได้เข้าไปในสวนเท่านั้นแหละ อากาศก็ดรอปลงเพราะความชื้นและความหนาแน่นของป่าไม้ในนั้น รีบเอามือซุกกระเป๋าแทบไม่ทัน หูชากันเลยทีเดียว หมวกบีนและเสื้อโอเวอร์โค้ทก็เอาไม่ค่อยอยู่ แต่ชาวเมืองที่มาเดินเล่นแถวนั้นกลับแต่งตัวกันชิลมาก เหมือนว่ามันไม่ได้หนาวซักเท่าไหร่ นี่ก็มองหน้าเพื่อน สบตากันแล้วก็คิดว่า เอ๊ะ เราเว่อกันไปเองป่าวอ่ะ
สถานที่เที่ยวในนี้ก็มีตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น สวนสัตว์ โรงหนัง คอร์ดเทนนิส เอาเป็นว่าถ้าไม่มีเวลาไปไหนไกลอย่างเช่น การออกไปนอกเมือง ก็มาใช้เวลากันที่นี่ให้เต็มที่ได้เลย

เราเริ่มต้นกันที่ประตูฝั่งที่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ American national museum ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก แล้วเดินเข้าไปหา แลนด์มาร์ค เก๋ๆด้านใน ที่นี่มีทั้งต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้าสีเขียวปนกันไป ซึ่งเจ้าต้นไม้ใหญ่เนี่ย ใบก็ไม่ค่อยจะมีเหลือเพราะมันผลัดใบร่วงไปหมดแล้ว เหลือแต่ก้านแห้งๆไว้ให้ดูต่างหน้าอย่างที่เห็น

   จุดที่ 1 อลิสอินวันเดอร์แลนด์
     อลิสและผองเพื่อนของเธอมาอยู่กันที่นี่ในปี ค.ศ. 1959 โดยผู้ใหญ่ใจดีที่ชื่อว่า George Delacorte มอบรูปปั้นนี้ให้ไว้เป็นของขวัญสำหรับเด็กๆในเมืองนิวยอร์ก และเจตนาอีกเรื่องคือการที่เค้าสร้างรูปปั้นนี้ไว้เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงภรรยาของเค้าที่ชื่อว่า Margarita เธอชอบอ่านเรื่อง อลิส ให้กับลูกๆของเธอฟัง
รูปปั้นนี้เป็นที่ฮอตฮิตสำหรับเด็กๆมาก พวกเค้าชอบมาปีนป่ายเล่นกันรอบๆตัวอลิส และเห็ด จะเห็นได้ว่าเค้าเล่นกันเยอะจนตัวรูปปั้นนั้นขึ้นเงาเลย

เค้ามีการจารึกเพลง Twinkle, Twinkle Little Star ลงบนพื้นตรงบริเวณรูปปั้นของ Alice in wonderland ด้วยนะ นี่เราก็ฮัมเพลงตามเบาๆ เพลินเลย

   จุดที่ 2 สะพาน Springbanks Arch
     สะพานหินแห่งนี้ สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1863 ตกแต่งเก็บรายละเอียดโดย Jacob Wrey Mould สะพานนี้สร้างจากอิฐและหิน ตอนมองมาคือมันดูรกร้างมาก มีหญ้าแห้งขึ้นเต็มเลย ส่วนมุมนี้ที่ถ่ายมาคือบริเวณใต้สะพานนั่นเองที่พอมองขึ้นไปจะเป็นวิวอาคารเมือง นิวยอร์ก จุดนี้เป็นฉากที่ใช้ในซีรีย์ฮอร์โมนด้วยนะ ถ้าใครยังจำกันได้ ว่าแล้วก็ต้องไปเจิมซะหน่อย คิดว่าตัวเองกำลังถ่ายละครอยู่

   จุดที่ 3 น้ำพุ Bethesda
     ไฮไลท์สำคัญ ใครไปใครมาเป็นต้องมาแวะแชะภาพกันที่นี่ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติ เรียกว่าเป็น ที่เที่ยว New york ยอดฮิตเลยก็ว่าได้นะ ปกติแล้วตรงนี้จะมีน้ำและน้ำพุเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสวนสาธารณะ แต่เนื่องด้วยตอนนี้เป็นหน้าหนาว ถ้ามีน้ำมันก็จะกลายเป็นน้ำแข็งซะหมด เค้าก็เลยปล่อยน้ำออก เหลือเป็นภาพน้ำพุแห้งแบบนี้ล่ะจ้า นี่โชคดีมาก เพราะมันหนาวเกิ๊น คนเลยไม่เยอะ เห็นเพื่อนบอกว่าช่วงหน้าร้อนคือ ถ่ายรูปไม่สวยเลอ เห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด

   จุดที่ 4 Bethesda Terrace
     โถงทางเดินนี้สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1860 เป็นสถาปัตยกรรมหลักในสวนสาธารณะที่ประกอบด้วย บันไดเชื่อมต่อขนาดใหญ่ระหว่างชั้นบนและชั้นล่าง และเพดานที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ที่นี่เป็นอาคารแบบเปิดกว้างใช้สำหรับเป็นที่พักพิงให้ผู้มาเยี่ยมชมมาหลบฝนและหลบความหนาวโดยมีเครื่องทำความร้อนอยู่ที่บริเวณนี้ด้วย ไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือเพดาน Minton Tile ที่ออกแบบโดย Jacob Wrey Mould


   จุดที่ 5 ทะเลสาบ
     จริงๆแล้วบริเวณนี้คืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเป็นแหล่งจ่ายน้ำชั่วคราวของชาวนิวยอร์กในอดีต ปัจจุบันมุมนี้กลายเป็นมุมยอดฮิตที่หลายๆคนต้องมาเก็บภาพแลนด์สเคปอันสวยงามที่นี่ ช่วงหน้าหนาวอาจจะสวยน้อยหน่อยเพราะต้นไม้เหี่ยวแห้งกันหมดเลย
ที่คนชอบมาถ่ายรูปแถวนี้เพราะมีมุมริมน้ำ และมีฉากหลังเป็นอาคารคู่ของอพาร์ทเม้นท์ San Remo ซึ่งฉากนี้ก็ชอบไปปรากฏในหนังอเมริกันบ่อยๆ อย่างเช่น พวกหนังรัก หนังตลก หลายๆเรื่อง เพราะมันได้ฟีลลิ่งดีมากเลย ดูชิลสุดๆ ถ้าใครเห็นจะจำได้เลยว่าตรงนี้คือส่วนของ เซ็นทรัลพาร์ค ในเมืองนิวยอร์ก


   จุดที่ 6 สะพาน Bow Bridge
     ในเซ็นทรัลพาร์คจะมีสะพานที่ใช้สำหรับเชื่อมสระน้ำและทางเดินระหว่างสองฝั่งประมาณนี้อยู่มากถึง 36 สะพาน และไม่มีสะพานไหนเลยที่ซ้ำกัน ซึ่งก็มีทั้งที่ทำจากเหล็ก และทำจากหิน ส่วนสะพานแห่งนี้สร้างจากเหล็กหล่อ ตกแต่งอย่างสวยงามโดยนักออกแบบ Calvert Vaux และ Jacob Wrey Mould สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1862 ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในเซ็นทรัลพาร์คเลย